แก้ปัญหา “ผิวหย่อนคล้อย ผิวเหี่ยว” ด้วยนวัตกรรม Renuvion คืนความกระชับให้ผิวโดยไม่ต้องตัดหนัง
ปัญหา “ผิวหย่อนยืด” หรือผิวที่ไม่กระชับ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณหน้าท้อง ต้นขา หรือต้นแขน มักสร้างความกังวลใจให้กับหลายๆ คน โดยสาเหตุหลักมักเกิดจาก 2 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่:
- น้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว: มักพบในคนที่เคยมีน้ำหนักตัวเยอะมากๆ (เช่น เคยน้ำหนัก 70-80 กิโลกรัมขึ้นไป) แล้วน้ำหนักลดลงเร็วเกินไป ทำให้ผิวหนังปรับตัวไม่ทันและเกิดความหย่อนคล้อยตามมา
- ผิวหย่อนตามวัยที่มากขึ้น: เมื่ออายุเพิ่มขึ้น คอลลาเจนใต้ผิวลดลงและการสูญเสียความยืดหยุ่น ทำให้ผิวค่อยๆ หย่อนคล้อยลงเรื่อยๆ คล้ายกับหนังยางที่เสื่อมสภาพเมื่อตากแดดนานๆ ทำให้ผิวสูญเสียความกระชับและหดตัวได้ยากขึ้น
ทำไม Renuvion ถึงเป็นคำตอบสำหรับคนผิวหย่อน?
สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยสะสมและไม่อยากผ่าตัดใหญ่เพื่อตัดหนังส่วนเกิน เทคโนโลยี Renuvion ถือเป็นนวัตกรรมสมัยใหม่ที่เข้ามาช่วยตอบโจทย์ได้อย่างตรงจุด โดยทำงานด้วยพลังงานฮีเลียมพลาสมาและคลื่นวิทยุ (RF) ซึ่งช่วยกระชับผิวหนังที่หย่อนคล้อยให้หดตัวกลับมาเรียบเนียน แนบกระชับกับสรีระได้ดียิ่งขึ้นโดยไม่ต้องมีแผลผ่าตัดใหญ่
- ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวลึก ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและแน่นกระชับขึ้น
- เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยหลังลดน้ำหนัก หรือผิวเหี่ยวตามวัย
- ช่วยลดความกังวลเรื่องแผลเป็นจากการผ่าตัดศัลยกรรมตัดหนังส่วนเกิน
Renuvion ทำงานอย่างไร ถึงช่วยรัดเกลียวคอลลาเจนใต้ผิวได้ทันที?
Renuvion (หรือที่รู้จักกันในชื่อ J-Plasma) คือ นวัตกรรมยกกระชับผิวทางการแพทย์ระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับการรับรองจาก US FDA และ อย.ไทย ว่าสามารถยกกระชับผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
กลไกการทำงานระดับเจาะลึก
- Dual-Energy Fusion: Renuvion ผสานพลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (Radiofrequency) เข้ากับก๊าซฮีเลียมพลาสม่า (Helium Plasma) ผ่านท่อส่งพลังงานขนาดเล็กที่สอดเข้าใต้ชั้นผิวหนัง
- Instant Thermal Contraction: พลังงานพลาสม่าจะสร้างความร้อนสูงถึง 85 องศาเซลเซียส ในเสี้ยววินาที ลงลึกถึงชั้นพังผืดหุ้มกล้ามเนื้อ (SMAS) และเส้นใยยึดผิว (Subdermal Fibrous Septae) ส่งผลให้โครงสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินหดตัวลงในทันที
- Controlled Helium Cooling: ในเสี้ยววินาทีเดียวกัน ก๊าซฮีเลียมเย็นจะถูกปล่อยออกมาเพื่อลดอุณหภูมิผิวลงทันที ทำให้เนื้อเยื่อรอบข้างไม่ได้รับความเสียหาย ป้องกันภาวะผิวไหม้ได้อย่างสม่ำเสมอและปลอดภัยที่สุด
ผลลัพธ์คือ ผิวหนังสามารถหดกระชับแนบสนิทไปกับชั้นกล้ามเนื้อทันทีตั้งแต่หลังทำเสร็จ 40–50% และจะยิ่งกระชับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อร่างกายกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาว
เจาะลึก Renuvion ราคา ที่คุ้มค่ากับผลลัพธ์ในระยะยาว
การลงทุนกับ Renuvion ที่ Deva Clinic (ดีว่าคลินิก) ถูกออกแบบมาอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับความคุ้มค่าสูงสุดในทุกสัดส่วน โดยมีโครงสร้างราคาชัดเจน ดัง:
- ราคาจุดแรก: 79,000 บาท
- ราคาจุดต่อไป: เพียงจุดละ 20,000 บาท
- ราคาเหมาทุกบริเวณ: 169,000 บาท
เปรียบเทียบความคุ้มค่า: Renuvion VS การผ่าตัดตัดหนังหน้าท้อง (Tummy Tuck)
| หัวข้อเปรียบเทียบ | การผ่าตัดตัดหนังหน้าท้อง (Tummy Tuck) | Renuvion (J-Plasma) |
|---|---|---|
| ลักษณะแผลผ่าตัด | แผลยาวเป็นแนวนอนจากสะโพกชนสะโพก | แผลเล็กเพียง 2–4 มม. ซ่อนตามรอยพับ |
| รอยแผลเป็น | เห็นรอยแผลเป็นยาวชัดเจน ต้องดูแลนาน | แทบมองไม่เห็นรอยแผล ซ่อนเนียนกริบ |
| การใช้ช่องแผล | ต้องเปิดแผลผ่าตัดใหม่ขนาดใหญ่ | ใช้รอยเจาะเดียวกับการดูดไขมัน |
| ระยะเวลาพักฟื้น | นาน 3–6 สัปดาห์ ต้องนอนพักผ่อนเต็มที่ | ฟื้นตัวไว กลับไปทำงานได้ใน 1–3 วัน |
| ความเจ็บช้ำหลังทำ | เจ็บปวดมากกว่า มีการตัดเย็บเนื้อเยื่อ | ระบมน้อย บวมช้ำต่ำ |
| ความคุ้มค่าโดยรวม | ได้ตัดหนังจริง แต่ต้องแลกกับแผลเป็นยาว | ได้ผิวเรียบตึง โดยไม่มีแผลเป็นยาวรบกวนใจ |
แผลเล็ก ฟื้นตัวไว ไม่ต้องทนเจ็บนาน อีกหนึ่งความคุ้มค่าที่มองไม่เห็น
- ไม่สูญเสียโอกาสในการทำงาน: ด้วยเทคนิคแผลเล็กและการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อต่ำ ผู้รับบริการสามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติและทำงานได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องลางานยาวนานหลายสัปดาห์
- ไม่ต้องจ่ายค่าดูแลแผลซ้ำซ้อน: ลดภาระการซื้อยาลดบวมพิเศษ ยาทาแผลเป็นราคาแพง หรือการทำหัตถการกลบรอยแผลเป็นขนาดยาวในอนาคต
- การสมานตัวของเนื้อเยื่อที่เร็วกว่า: พลังงานพลาสม่าช่วยเชื่อมประสานชั้นผิวหนังเข้ากับกล้ามเนื้อได้เร็วขึ้น ทำให้ลดการสะสมของน้ำเหลืองใต้ชั้นผิว อาการบวมจึงยุบลงและหุ่นเข้าที่ได้เร็วกว่าปกติ
ไขข้อข้องใจ: ดูดไขมันแล้ว “ไม่ทำกระชับผิว” (Plasma) ได้ไหม? พร้อมความจริงที่คนอยากหุ่นเป๊ะต้องรู้
หลายคนมักมีคำถามคาใจเวลาวางแผนจะปรับรูปร่างว่า หากไปดูดไขมันมาแล้ว แต่เลือกที่จะไม่ทำกระชับผิว (เช่น เทคโนโลยี Plasma / Renuvion) ร่วมด้วย จะสามารถทำได้ไหม? คำตอบคือ “ทำได้ครับ” และในความเป็นจริงแล้ว เคสส่วนใหญ่ที่คลินิกก็ไม่ได้ทำกระชับผิวเพิ่มเติมทุกเคสเสมอไป
ทำไมบางคนถึงไม่ต้องทำกระชับผิวหลังดูดไขมัน?
โดยธรรมชาติแล้ว ผิวหนังของคนเรามีความสามารถในการหดตัวกลับมาได้เองในระดับหนึ่งหลังการดูดไขมันออก ทั้งนี้ การตัดสินใจว่าจะทำเทคโนโลยี Plasma ร่วมด้วยหรือไม่ จะขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลักๆ ดังนี้ครับ:
- สภาพผิวเดิมก่อนทำ:
- หากคนไข้เป็นคนที่มีผิวเดิมไม่ได้หย่อนคล้อยมากนัก เมื่อดูดไขมันออกแล้วผิวสามารถหดตัวเข้าที่ได้เอง ก็ไม่จำเป็นต้องทำกระชับผิว (Plasma) เพิ่มเติมก็ได้
- แต่สำหรับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยอยู่บ้าง และคาดหวังอยากให้ผิวตึงกระชับขึ้นอย่างชัดเจน การเลือกทำกระชับผิวเพิ่มเติมก็จะตอบโจทย์มากกว่า
- งบประมาณและความต้องการ:
- สำหรับคนไข้ที่มีงบประมาณค่อนข้างจำกัด สามารถเลือกเริ่มต้นด้วยการดูดไขมัน ก่อนเป็นอันดับแรก
- เนื่องจากขั้นตอนการดูดไขมันคือหัวใจสำคัญอันดับหนึ่งในการลดสัดส่วน เมื่อดูดไขมันเสร็จแล้ว สามารถรอดูการตอบสนองของผิวตัวเองก่อนได้ว่าผิวหดตัวเป็นที่น่าพอใจขนาดไหน ค่อยพิจารณาเรื่องการทำเทคโนโลยี Renuvion (Plasma) เพิ่มเติมทีหลังได้ครับ
สรุปคำแนะนำจากแพทย์: การดูดไขมันและการทำกระชับผิวด้วยเทคโนโลยี Renuvion (Plasma) ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจ ความคาดหวัง และสภาพผิวของแต่ละบุคคลเป็นหลัก หากคุณกำลังลังเลว่าเคสตัวเองควรทำควบคู่กันเลยดีไหม การเข้ามาปรึกษาและให้แพทย์ประเมินสภาพผิวก่อนย่อมเป็นแนวทางที่ดีที่สุด
เคล็ดลับดูแลผิวกระชับให้อยู่คงทนยาวนาน หลังทำ Renuvion
เพื่อให้ผลลัพธ์การกระชับผิวด้วย Renuvion อยู่คงทนยาวนานและคุ้มค่าเงินมากที่สุด ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้:
- สวมชุดกระชับสัดส่วนอย่างเคร่งครัด: ในช่วง 1 เดือนแรก ควรสวมชุดกระชับตามที่แพทย์แนะนำ (ประมาณ 20–24 ชั่วโมงต่อวัน) เพื่อช่วยรีดน้ำเหลืองและล็อกให้ชั้นผิวยึดติดกับกล้ามเนื้อได้ดีที่สุด
- เข้ารับการทำนวดกระชับ RF: การทำนวดคลื่น Radiofrequency จะช่วยจัดเรียงเส้นใยคอลลาเจน สลายก้อนไต และช่วยให้ผิวเรียบเนียนยิ่งขึ้น
- ดื่มน้ำสะอาดวันละ 2–3 ลิตร: น้ำจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้เซลล์ผิว และช่วยให้กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- รับประทานอาหารที่มีโปรตีนและวิตามินซี: โปรตีนเป็นวัตถุดิบสำคัญในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และวิตามินซีช่วยเร่งกระบวนการสังเคราะห์คอลลาเจนใต้ชั้นผิว
- หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่: อย่างน้อย 2–4 สัปดาห์หลังทำ เพื่อป้องกันการทำลายคอลลาเจนใหม่และลดอาการอักเสบ

