การดูดไขมันต้นแขน เป็นวิธีลดไซซ์แขนที่ได้รับความนิยมสูง เพราะช่วยให้แขนเล็กเรียวได้อย่างรวดเร็วและถาวร แต่สิ่งที่หลายคนกังวลใจรองลงมาจากเรื่องความเจ็บ คือ “กลัวแขนย้วย หลังดูดไขมัน” หรือผิวหนังหย่อนคล้อยไม่กระชับเหมือนเดิม
วันนี้ Deva Clinic จะพามาเจาะลึกถึงสาเหตุ กลไกการเกิด และวิธีป้องกัน เพื่อให้คุณได้แขนที่เรียวเล็กและตึงกระชับ มั่นใจทุกครั้งที่โชว์แขนครับ
1. ทำความเข้าใจ: ทำไมดูดไขมันแล้วเสี่ยง “แขนย้วย”?
ก่อนอื่นต้องเข้าใจโครงสร้างผิวหนังของเราก่อนครับ
- บทบาทของไขมัน: ชั้นไขมันใต้ผิวหนังทำหน้าที่เสมือน “เบาะรอง” หรือตัวพยุงที่ดันผิวหนังด้านบนให้ดูตึงและเต็ม
- เมื่อไขมันหายไป: การดูดไขมันคือการนำเบาะรองนี้ออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างผิวหนังกับกล้ามเนื้อ
- กลไกธรรมชาติ: โดยปกติผิวหนังของเรามี คอลลาเจน (Collagen) และ อีลาสติน (Elastin) ที่ช่วยในการยืดหด ผิวจึงควรจะหดตัวกลับมาแนบสนิทกับกล้ามเนื้อได้เองตามธรรมชาติ
แต่หากผิวหนังขาดความยืดหยุ่น หรือขาดตัวช่วยกระชับที่ดี ก็อาจทำให้ผิวหนังหดกลับช้าได้ครับ
2. ใครบ้างที่เสี่ยง “แขนย้วย” หลังทำ? (สาเหตุหลัก)
จริงๆ แล้วการดูดไขมันไม่ได้ทำให้ผิวย้วยเสมอไป แต่ปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหามาจาก “คุณภาพผิวเดิม” ของคนไข้เป็นหลักครับ
1.อายุที่เพิ่มขึ้น:
เมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนและอีลาสตินจะเสื่อมสภาพลง ความสามารถในการหดตัวของผิวจะลดลงตามธรรมชาติ
2.ประวัติการลดน้ำหนัก:
คนที่เคยอ้วนมากๆ แล้วลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว ผิวหนังที่เคยถูกยืดขยายมานานอาจเสียความยืดหยุ่น (Elasticity) ทำให้ฟื้นตัวกลับมาได้ยาก
3.กรรมพันธุ์:
บางคนมีลักษณะผิวเหลว ผิวนิ่ม หรือผิวหย่อนคล้อยง่ายตามธรรมชาติอยู่แล้ว
วิธีเช็กก่อนทำ: ที่ Deva Clinic คุณหมอจะตรวจประเมินสภาพผิวอย่างละเอียดก่อนทุกเคส เพื่อวางแผนว่าเคสนี้สามารถดูดไขมันอย่างเดียวได้ หรือต้องใช้ตัวช่วยกระชับผิวร่วมด้วย
3. เทคนิค Deva Clinic: ป้องกันแขนย้วยด้วย J Plasma
สำหรับเคสที่มีความเสี่ยงผิวหย่อนคล้อย หรือต้องการผลลัพธ์ที่กระชับขั้นสุด เราใช้นวัตกรรม J Plasma (เจ พลาสมา) เข้ามาช่วยครับ
J Plasma คืออะไร:
เทคโนโลยีการกระชับผิวด้วยพลาสมาฮีเลียมเย็น ที่ช่วยให้เส้นใยยึดติดผิวหนังหดตัวทันทีโดยไม่ต้องผ่าตัดหนังทิ้ง
ความปลอดภัย:
ผ่านการรับรองจากทั้ง US FDA (อย. สหรัฐอเมริกา) และ อย. ไทย มั่นใจได้ในความปลอดภัย
ผลลัพธ์:
- เห็นผลการกระชับทันทีหลังทำ 10-15%
- ผิวจะค่อยๆ ตึงกระชับขึ้นชัดเจนในช่วง 3-6 เดือน
- เห็นผลลัพธ์สูงสุดที่ 1 ปี
ความยืดหยุ่น:
สามารถทำควบคู่ไปพร้อมกับการดูดไขมันได้เลย หรือในบางเคสที่ดูดไขมันไปแล้วรู้สึกว่าผิวไม่กระชับ ก็สามารถกลับมาทำ J Plasma ทีหลังได้เช่นกัน
4. “ชุดกระชับ” กุญแจสำคัญที่ห้ามละเลย
นอกจากการพึ่งพาเทคโนโลยีแล้ว การดูแลตัวเองหลังทำคือสิ่งที่สำคัญที่สุด การป้องกันแขนย้วย หลังดูดไขมัน ต้องอาศัย “ชุดกระชับ” ครับ
- หน้าที่ของชุดกระชับ: ทำหน้าที่กดผิวหนังชั้นบนให้แนบสนิทติดกับชั้นกล้ามเนื้อ เพื่อปิด “โพรงว่าง” ที่เกิดจากการดูดไขมัน
- ทำไมต้องใส่: หากไม่ใส่ หรือใส่ไม่สม่ำเสมอ อาจทำให้เกิดช่องว่างใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของผิวหย่อนคล้อย และอาจเกิดการสะสมของน้ำเหลืองได้
- ระยะเวลาแนะนำ: ควรใส่อย่างเคร่งครัดในช่วง 4-6 สัปดาห์แรก เพื่อลดบวมและล็อกผิวให้เข้าที่สวยงาม
5. สัญญาณเตือน: แบบไหนคือ “บวมปกติ” หรือ “เริ่มย้วย” ?
หลังทำทันทีอาจมีความกังวลเรื่องรูปทรง แต่ต้องแยกให้ออกครับ
รีวิวเคสจริง: เปรียบเทียบผลลัพธ์ที่ Deva Clinic
กรณีที่ 1: ดูดไขมันแขน 360 องศา (ผิวเดิมตึงกระชับ)
-
- ผลลัพธ์: แขนเล็กเรียว ผิวหดตัวได้เองตามธรรมชาติโดยไม่ต้องใช้เครื่องยกกระชับ
กรณีที่ 2: ดูดไขมัน + กระชับผิว J Plasma (เคสอายุเยอะ/ผิวเหลว)
-
- ผลลัพธ์: แขนเล็กลงชัดเจน ผิวหนังที่เคยห้อยย้อยกลับมาตึงกระชับ ไม่ทิ้งรอยย่น
สรุป: แขนเล็กได้ ไม่ต้องกลัวย้วย
อย่าให้ความกลัวเรื่องผิวหย่อนคล้อยมาจำกัดความมั่นใจของคุณ ที่ Deva Clinic เรามีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินสภาพผิว พร้อมเทคโนโลยี J Plasma และคำแนะนำเรื่องชุดกระชับ เพื่อให้คุณบอกลาแขนใหญ่และแขนย้วยไปพร้อมๆ กัน
นพ.ชัยวิทย์ ด่านค้ามาก

