ปัญหา “ขานอกทู่” หรือ “ปีกสะโพกหนา” เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้รูปร่างดูเตี้ยตันและขาดความมั่นใจ หลายคนเข้าใจผิดว่าโครงสร้างกระดูกตัวเองขาโก่ง แต่จริงๆ แล้วอาจเกิดจากไขมันสะสมที่ผิดจุด
ทำไมไขมันขานอกถึงทำให้ขาดูสั้นและโก่ง?
ไขมันที่สะสมบริเวณด้านข้างระหว่างสะโพกและต้นขา จะดึงสายตาของผู้มองให้ต่ำลงกว่าระดับสะโพกจริง ผลที่ตามมาคือช่วงขาดูสั้นลงทันที นอกจากนี้ ไขมันส่วนเกินที่ยื่นออกมาด้านข้างยังทำให้รูปทรงขาดูโค้งมนจนดูเหมือน “ขาโก่ง” ทั้งที่โครงสร้างกระดูกปกติ
วิธีเช็กง่ายๆ ว่าเป็นกระดูกหรือไขมัน:
- ยืนตัวตรงหน้ากระจก สังเกตส่วนที่ป่องที่สุดด้านข้าง
- เขย่งเท้าหรือเกร็งกล้ามเนื้อต้นขา
- ถ้าส่วนที่ยื่นออกมายังนิ่มและหยิบจับได้ นั่นคือ “ไขมันสะสม” ที่สามารถแก้ไขได้ด้วยการดูดไขมัน
เปลี่ยนมิติสายตาด้วยการ “ปรับองศาขา” ให้ดูตรงและยาวขึ้น
การดูดไขมันขานอกที่ Deva Clinic ไม่ใช่แค่การเอาไขมันออก แต่คือการ “ปรับองศา” เมื่อไขมันส่วนเกินหายไป เส้นโค้งของปีกสะโพกที่เคยตกลงจะถูกยกสูงขึ้นตามแนวกล้ามเนื้อ ช่วยเปลี่ยนมิติทางสายตาทำให้ช่วงล่างดูโปร่ง ขาดูเพรียวบาง และเรียวยาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
เทคนิค “เหลาขาตะเกียบ 360 องศา” ที่ Deva Clinic
เพื่อให้ขาเรียวสวยทุกมุมมอง เราแนะนำเทคนิคการดูดไขมันแบบ 360 องศา ซึ่งครอบคลุม 6 จุดสำคัญรอบเรียวขา ได้แก่:
- ขานอก: กำจัดปีกสะโพก ปรับขาให้ตรง
- ขาใน: ลดการเบียด เพิ่มช่องว่างระหว่างขา
- ด้านหน้าและด้านหลัง: ลดวอลลุ่มให้ขาดูเล็กลง
- เข่าด้านใน และใต้ก้น: เก็บรายละเอียดให้ขาดูสมส่วนเหมือนเหลาดินสอ
นวัตกรรมสลายไขมันพร้อมกระชับผิว (Vaser + J-Plasma)
เราเลือกใช้เทคโนโลยีที่ได้มาตรฐานสากลเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด:
- Vaser Lipo Selection: ใช้คลื่นอัลตราซาวด์สลายไขมันอย่างตรงจุด ช่วยให้ดูดไขมันได้เยอะและเกลี้ยง
- J-Plasma: นวัตกรรมหนึ่งเดียวจากอเมริกา (US FDA) สำหรับเคสที่มีผิวหย่อนคล้อย ช่วยให้หลังดูดไขมันผิวจะเรียบตึง กระชับ ไม่ย้วย
กังวลเรื่องรอยแผล? เทคนิคซ่อนแผลในร่มผ้า
คุณหมอที่ Deva Clinic ให้ความสำคัญกับความสวยงาม เราใช้เทคนิค “ซ่อนแผล” ไว้ตามแนวขอบกางเกงในและรอยพับก้น แผลมีขนาดเล็กเพียง 3-5 มิลลิเมตร เมื่อแผลหายสนิท คุณจึงสามารถใส่บิกินี่โชว์เรียวขาได้อย่างมั่นใจโดยไม่ต้องกังวลเรื่องรอยแผลเป็น
รีวิวเทียบชัดๆ: ก่อนทำ (ขาดูตัน) vs หลังทำ (ขาดูเรียวยาวสมส่วน)
ผลลัพธ์ระยะยาว: ถ้าอ้วนขึ้น ไขมันจะกลับมาเกาะตรงนี้อีกไหม?
การดูดไขมันคือการ “กำจัดเซลล์ไขมันออกไปอย่างถาวร” เซลล์เหล่านั้นจะไม่กลับมาเกิดใหม่
- หากน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ไขมันอาจจะไปสะสมที่ส่วนอื่นแทน หรือสะสมที่ขาบ้างแต่ในปริมาณที่น้อยลงมาก
- รูปทรงขาที่ได้รับการ “เหลา” แล้วจะคงอยู่เป็นโครงสร้างหลักตราบเท่าที่คุณรักษาน้ำหนักตัวให้คงที่
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการดูแลตัวเองหลังดูดไขมันขานอก
- คำตอบ: ในช่วง 30 วันแรก ถือเป็นช่วง Golden Period แนะนำให้ใส่ชุดกระชับวันละ 20-22 ชั่วโมง (ถอดเฉพาะตอนอาบน้ำ) เพื่อช่วยรีดน้ำออกจากช่องว่างใต้ผิวและช่วยให้ผิวหดรัดเข้ากับรูปทรงขาใหม่ได้เร็วขึ้น หลังจากผ่านเดือนแรกไปแล้ว สามารถลดเหลือวันละ 8-12 ชั่วโมงตามคำแนะนำของคลินิกครับ
คำตอบ: ในวันแรกหลังทำ คุณจะเห็นว่า “ทรงขาเปลี่ยนไป” ปีกสะโพกที่เคยตุ่ยจะหายไปทันที แต่หลังจากนั้นร่างกายจะเริ่มมีอาการบวมจากน้ำเกลือและกระบวนการอักเสบตามธรรมชาติ (บวมที่สุดในช่วงวันที่ 3-5) ทำให้ดูเหมือนขามีขนาดเท่าเดิมหรือใหญ่กว่าเดิมเล็กน้อย ไม่ต้องตกใจครับ อาการบวมจะค่อยๆ ยุบลงและเห็นความเรียวชัดเจนที่สุดในช่วง 1-3 เดือน ครับ
คำตอบ: * หลังทำ 1 สัปดาห์: เริ่มเดินเบาๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ลดอาการบวม
-
- หลังทำ 2-3 สัปดาห์: เริ่มออกกำลังกายแบบ Low Impact เช่น โยคะ หรือเดินเร็ว
- หลังทำ 1 เดือนขึ้นไป: สามารถออกกำลังกายหนักหรือเล่น Weight Training ส่วนขาได้ตามปกติครับ
คำตอบ: เพื่อลดอาการบวมและอักเสบ ควรเลี่ยง:
-
- อาหารรสจัดและของเค็ม (โซเดียมสูง): เพราะจะทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำและบวมนานขึ้น
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์: กระตุ้นการสูบฉีดเลือดทำให้แผลบวมและหายช้า
- ของหมักดองและอาหารทะเล: ในช่วง 2 สัปดาห์แรก เพื่อลดความเสี่ยงการคันหรือแพ้ที่แผล
สรุป: อยากบุคลิกดี ขาเรียวสวยเหมือนนางแบบ ต้องเริ่มที่การกำจัดปีกสะโพก
ขาที่สวยไม่ใช่แค่ขาที่เล็ก แต่คือขาที่ “ได้สัดส่วน” การดูดไขมันขานอกที่ Deva Clinic จะช่วยปลดล็อกความกังวลเรื่องขาโก่ง ขาสั้น และมอบเรียวขาที่ตรง สวย มั่นใจในทุกชุดที่สวมใส่
นพ.ชัยวิทย์ ด่านค้ามาก

