หนึ่งในคำถามที่คนไข้ถามหมอบ่อยที่สุดก่อนตัดสินใจทำคือ “ดูดไขมันแขน เจ็บไหม?” ความกังวลนี้เป็นเรื่องปกติครับ เพราะหลายคนจินตนาการภาพการผ่าตัดว่าจะต้องเจ็บปวดทรมาน แต่ความจริงแล้ว ความรู้สึกหลังดูดไขมันอาจไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คุณคิด
ที่ Deva Clinic เราขอไขข้อข้องใจ และเปรียบเทียบความรู้สึกให้เห็นภาพชัดๆ ว่าสรุปแล้วมันเจ็บแบบไหนกันแน่? ใน 9 ข้อนี้ครับ
1. ความรู้สึกจริงหลังทำ: เจ็บแบบมีดบาด VS ปวดระบม
หลายคนกลัวว่าจะเจ็บแสบเหมือนโดนมีดบาดผิวหนัง แต่ความจริงแล้วความรู้สึกหลังดูดไขมันแขนจะออกไปในทาง “ปวดเมื่อย ตึง และระบมลึกๆ ในชั้นกล้ามเนื้อ” มากกว่าครับ เป็นความรู้สึกตึงๆ หน่วงๆ คล้ายกับเวลาที่คุณไปออกกำลังกายหนักๆ มานั่นเอง
2. ทำไมถึงรู้สึกเหมือน “เล่นเวทหนักๆ”?
สาเหตุที่ความรู้สึกคล้ายกับการเล่นเวท เพราะกระบวนการดูดไขมันคือการใช้เครื่องมือเข้าไปสลายไขมันใต้ชั้นผิวหนัง ซึ่งอาจทำให้เนื้อเยื่อรอบข้างเกิดการบาดเจ็บเล็กน้อย (Trauma) ร่างกายจึงเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูซ่อมแซมตัวเอง ซึ่งคล้ายกับเวลากล้ามเนื้อฉีกขาดเล็กน้อยหลังจากการยกเวทหนักๆ ครับ
3. รู้จักอาการ DOMS (ดอมส์) อาการที่คนดูดไขมันต้องเจอ
DOMS ย่อมาจาก Delayed Onset Muscle Soreness คืออาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อที่มักเกิดขึ้นหลังออกกำลังกายไปแล้ว 24-72 ชั่วโมง
- คนเล่นเวท: จะรู้สึกปวดตึงเวลาขยับแขน
- คนดูดไขมัน: ก็จะรู้สึกคล้ายกัน คือปวดตึงๆ หน่วงๆ เวลามีการเกร็งหรือเคลื่อนไหวแขน
สรุปง่ายๆ คือ อาการระบมหลังดูดไขมัน แทบไม่ต่างจากอาการ DOMS ที่นักกีฬาเจอเลยครับ
4. ตารางเปรียบเทียบ: ความเจ็บที่คุณ “รับมือได้สบาย”
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เราลองมาเทียบระดับความรู้สึกกันครับ
|
ลักษณะความเจ็บ |
มีดบาด / แผลสด |
ดูดไขมันแขน |
|
ความรู้สึก |
เจ็บแสบ จี๊ดที่ผิวหนัง |
ปวดหน่วงๆ เมื่อยๆ ระบมลึกๆ |
|
ระดับความทรมาน |
สูง (สะดุ้ง) |
ปานกลาง – น้อย (ทนได้) |
|
การใช้ชีวิต |
ขยับแล้วเจ็บแสบ |
ขยับได้ แค่รู้สึกตึง |
5. หลังทำทันที “ยกแขนไหวไหม?”
คำตอบคือ “ยกไหวครับ” คุณยังสามารถใช้งานแขนได้เกือบปกติ
- สิ่งที่ทำได้: อาบน้ำ แปรงฟัน ขับรถ ทานข้าว ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์
- สิ่งที่ควรเลี่ยง: การยกของหนัก หรือเกร็งแขนแรงๆ ในช่วงสัปดาห์แรก เพราะจะทำให้รู้สึกตึงและระบมมากขึ้น
6. ตัวช่วยลดเจ็บพระเอกขี่ม้าขาว: “ชุดกระชับ”
ชุดกระชับ (Compression Garment) คือไอเทมสำคัญที่ขาดไม่ได้ เพราะทำหน้าที่เสมือน “เฝือกอ่อน” ช่วยพยุงกล้ามเนื้อและผิวหนัง
- ลดอาการบวมช้ำ: กดทับไม่ให้เลือดหรือน้ำเหลืองคั่ง
- ลดความเจ็บ: ช่วยล็อกแขนไว้ไม่ให้เนื้อเยื่อขยับตัวมากเกินไปเวลาเคลื่อนไหว
- แนะนำ: ควรใส่ให้ได้นานที่สุดในช่วง 1 เดือนแรก เพื่อให้ผิวเข้าที่ไวและเจ็บน้อยลง
7. เคล็ดลับฟื้นตัวไว: ขยับแขนอย่างไรให้หายเมื่อย?
หลายคนกลัวเจ็บเลยไม่กล้าขยับแขนเลย ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ควรครับ
- ขยับเบาๆ: การเคลื่อนไหวเบาๆ จะช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ลดอาการบวมได้
- นอนยกแขนสูง: หลังทำใหม่อาจมีอาการบวมลงปลายมือ การนอนเอาหมอนหนุนแขนให้สูงกว่าระดับหัวใจ จะช่วยลดบวมที่มือได้ดีมาก
- ทานยา: หากปวดมาก สามารถทานยาแก้ปวดที่หมอจ่ายให้ อาการจะดีขึ้นตามลำดับ
8. Timeline ความหายเจ็บ: กี่วันหาย?
- 1-3 วันแรก: ช่วงพีคสุด จะรู้สึกระบมและตึงมากที่สุด (เหมือนวันแรกที่กลับไปยิม)
- วันที่ 4-7: ความปวดเริ่มลดลง เหลือเพียงความตึงและรอยช้ำเขียวเหลือง
- 2 สัปดาห์ขึ้นไป: อาการปวดแทบจะหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงรอให้ผิวหนังกระชับเข้าที่
9. รีวิวเคสดูดไขมันต้นแขน
บทความโดย: นพ.ชัยวิทย์ ด่านค้ามาก

