ทำไมผู้ชายถึงนิยมดูดไขมันกันมากขึ้น?
การดูดไขมันผู้ชาย ในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเพียงการลดน้ำหนัก แต่คือการ “ปั้นหุ่น” หรือ “ลดสัดส่วนเฉพาะจุด” (Body Contouring) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
เหตุผลหลักๆ คือการแก้ปัญหาไขมันส่วนเกินที่ลดยาก แม้จะออกกำลังกายแล้วก็ตาม เช่น
- แก้ปัญหาไขมันดื้อด้าน (Stubborn Fat): ร่างกายของผู้ชายมักจะสะสมไขมันบริเวณหน้าท้องและรอบเอวเป็นจุดแรก และเป็นจุดที่ลดยากที่สุด แม้จะคุมอาหารเคร่งครัดหรือเล่นคาร์ดิโออย่างหนัก ไขมันส่วนนี้ก็มักจะเกาะแน่นไม่ยอมไปไหน
- เทรนด์การสร้างซิกแพคทางลัด (Six-Pack Liposuction): การดูดไขมันสไตล์โมเดิร์นสามารถทำการ “เหลา” เพื่อสร้างร่องกล้ามเนื้อหน้าท้องให้ชัดเจนขึ้น ช่วยไฮไลต์เงาของกล้ามเนื้อให้ดูมีมิติเหมือนคนที่ออกกำลังกายมาอย่างยาวนาน
- ปรับบุคลิกภาพอย่างรวดเร็ว: สำหรับนักธุรกิจ ผู้บริหาร หรือผู้ที่ต้องใช้หน้าตาและบุคลิกภาพในการทำงาน การดูดไขมันคือทางลัดที่ช่วยประหยัดเวลา ให้คุณกลับมาใส่สูทหรือเสื้อผ้าเข้ารูปได้อย่างมั่นใจโดยไม่ต้องรอเป็นปีๆ
ดูดไขมันผู้ชาย VS ผู้หญิง แตกต่างกันอย่างไร? ทำไมต้องใช้เทคนิคเฉพาะ
มีคนไข้ถามบ่อยมากว่า “ผู้ชายก็ดูดไขมันเหมือนผู้หญิงไม่ใช่เหรอ ใช้เทคนิคเดียวกันไม่ได้หรือ?” คำตอบคือ “ไม่ได้” เพราะสรีระ โครงสร้างผิว และเป้าหมายความสวยงามของทั้งสองเพศมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
|
มิติความต่าง |
การดูดไขมันผู้หญิง |
การดูดไขมันผู้ชาย (Men Sculpture) |
|
เป้าหมายรูปร่าง |
ต้องการความโค้งมน (S-Curve) เอวคอด สะโพกผึ่งผาย ผิวเรียบเนียนละมุน |
ต้องการความลีน ความเป็นเหลี่ยมมุม โครงสร้างรูปตัว V-Shape (อกผึ่ง แผ่นหลังกว้าง เอวสับ) |
|
ลักษณะของไขมัน |
ไขมันส่วนใหญ่จะนิ่ม เนื้อเยื่อไม่ซับซ้อน ดูดออกง่ายกว่า |
ไขมันมีความแน่น แข็ง และมี พังผืด (Fibrous) หนาแน่นกว่า มักเกาะอยู่ตามกล้ามเนื้อ |
|
การปั้นลายเส้น |
เน้นปั้นร่อง 11 (Sexy Line) อ่อนๆ ดูเซ็กซี่แบบสุขภาพดี |
เน้นการเหลาร่องตามแนวกล้ามเนื้อจริงเพื่อสร้าง Six-Pack ที่ดูแข็งแกร่ง มีมิติชัดเจน |
|
ความหนาของผิวหนัง |
ผิวหนังบางกว่า มีความยืดหยุ่นต่างกัน |
ผิวหนังหนากว่า เส้นเลือดมาเลี้ยงเยอะกว่า จึงต้องใช้ความประณีตสูงเพื่อลดการช้ำ |
ด้วยความต่างนี้ แพทย์ที่ Deva Clinic จึงต้องใช้เทคนิค Men Sculpture ซึ่งอาศัยทักษะขั้นสูงในการควบคุมทิศทางของท่อดูดไขมันและการใช้พลังงานความร้อนที่พอเหมาะ เพื่อไม่ให้ไปทำลายลายเส้นกล้ามเนื้อตามธรรมชาติของผู้ชาย
5 ตำแหน่งยอดฮิตที่ผู้ชายนิยมดูดไขมัน
ส่วนใหญ่เป็นจุดที่มี “ไขมันดื้อด้าน” ซึ่งการออกกำลังกายอาจไม่เห็นผลหรือใช้เวลานานมาก 5 ตำแหน่งยอดฮิต ได้แก่:
1.หน้าท้อง (Abdomen):
ทั้งหน้าท้องส่วนบนและส่วนล่าง เพื่อให้หน้าท้องแบนราบและลีนขึ้น
2.การสร้างซิกแพค (Six-Pack Creation):
เป็นการดูดไขมันร่วมกับการเหลาร่องกล้ามเนื้อ ให้ดูมีสุขภาพดีเหมือนคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ
3.เอวและห่วงยาง (Waist & Love Handles):
การกำจัดไขมันส่วนเกินบริเวณเอว ช่วยให้รูปร่างดูมีทรวดทรงและสมส่วนมากขึ้น ไม่ดูตัน
4.หน้าอก (Chest):
ซึ่งอาจเกิดจากไขมันสะสม ทำให้หน้าอกเรียบแบนและกระชับขึ้น
5.เหนียง / คางสองชั้น (Double Chin):
ช่วยกำจัดไขมันใต้คาง ทำให้กรอบหน้าและสันกรามดูคมชัดขึ้น
ดูดไขมันผู้ชาย ปั้นหน้าท้องลีน Six Pack ชัดเจน ปลอดภัย โดย Deva Clinic
ถ้าคุณเป็นผู้ชายที่กำลังเจอปัญหา “มีพุงยื่น” ใส่เสื้อผ้าไม่มั่นใจ หรือออกกำลังกายเท่าไหร่ “ห่วงยางรอบเอว” ก็ไม่ยอมหายไปสักที จนต้องคอยแขม่วพุงอยู่ตลอดเวลา… การดูดไขมันผู้ชาย (Men Sculpture) คือทางลัดทางการแพทย์ที่จะช่วยคืนความมั่นใจและสรีระที่สมาร์ทให้กับคุณได้อย่างรวดเร็ว
ที่ Deva Clinic เราเข้าใจสรีระของผู้ชายเป็นอย่างดี เราไม่ได้เพียงแค่ดูดไขมันออกให้พุงยุบเท่านั้น แต่เราคือผู้นำด้านการ “ดูดไขมันปั้นหน้าท้องลีน” ที่ออกแบบมาเพื่อผู้ชายโดยเฉพาะ
ทำไมต้องดูดไขมันผู้ชายที่ Deva Clinic? เหนือกว่าด้วยเทคนิค “Men Sculpture”
การดูดไขมันในผู้ชายมีความแตกต่างจากผู้หญิงอย่างสิ้นเชิง เพราะผู้ชายต้องการโครงสร้างกล้ามเนื้อที่ดูแข็งแกร่ง มีมิติ และดูเป็นธรรมชาติ เทคนิคเฉพาะของเราจึงตอบโจทย์สุภาพบุรุษทุกคน:
- ดูดเยอะ ดูดเกลี้ยง (High-Volume Liposuction): เคลียร์ไขมันสะสมส่วนเกินแบบจัดเต็ม คืนอิสระให้หน้าท้องกลับมาแบนราบ
- The Natural Definition: เทคนิคการปั้นลายเส้นหน้าท้อง (Six Pack / Sexy Line) ให้มีมิติ ลีนสวย และดูเป็นธรรมชาติที่สุด ไม่ดูหลอกตา
- ซ่อนแผลเนียน (Hidden Scars): เราใช้วิธีลงจุดเปิดแผลในตำแหน่งที่ซ่อนสายตา ทำให้หลังทำแทบมองไม่เห็นรอยแผลเป็น มั่นใจได้เต็มร้อยเวลาถอดเสื้อ
แผลดูดไขมันผู้ชายขนาดไหน? ซ่อนตรงไหนบ้างให้เนียนตาเวลาถอดเสื้อ
เรื่อง “รอยแผลเป็น” เป็นสิ่งที่ผู้ชายกังวลไม่แพ้ผู้หญิงเลยครับ เพราะผู้ชายมักชอบถอดเสื้อทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ว่ายน้ำ เล่นกีฬา หรือเข้าฟิตเนส ที่ Deva Clinic เราจึงให้ความสำคัญกับเทคนิค “Hidden Scars” (แผลซ่อนเร้น) เป็นพิเศษ
ขนาดของแผล:
แผลจากการดูดไขมันของเราจะมีขนาดเล็กมากเพียง 3 – 5 มิลลิเมตรเท่านั้น (ขนาดประมาณเมล็ดถั่วเขียว) ซึ่งเป็นขนาดที่เล็กที่สุดที่ท่อดูดไขมัน Cannula จะสามารถสอดเข้าไปได้ หลังแผลหายดีและมีการทายาลดรอยแผลเป็น รอยจะค่อยๆ จางลงจนกลมกลืนไปกับสีผิวปกติ
ตำแหน่งที่แพทย์เลือกซ่อนแผล:
- บริเวณหน้าท้องและซิกแพค: แพทย์จะเลือกเปิดแผลบริเวณ ในสะดือ (ซ่อนรอยแผลไว้ในรอยพับของสะดือ) และบริเวณ ขอบกางเกงในหรือแนวกางเกงว่ายน้ำ (Low Bikini Line) ทำให้เวลาใส่กางเกงตามปกติจะไม่มีทางเห็นรอยแผลเลย
- บริเวณเอวและห่วงยางหลัง: ซ่อนแผลไว้บริเวณขอบกางเกงด้านหลัง
เช็กลิสต์: ใครบ้างที่เหมาะ (และไม่เหมาะ) กับการดูดไขมัน?
ผู้ที่เหมาะกับการดูดไขมัน
- คนที่มีน้ำหนักตัวค่อนข้างคงที่ หรือไม่ได้มีน้ำหนักตัวที่มากเกินเกณฑ์มาตรฐานไปเยอะ
- มีไขมันส่วนเกินสะสมเฉพาะจุด ที่เป็นไขมันดื้อด้าน ออกกำลังกายหรือคุมอาหารแล้วก็ไม่ลง
- มีสภาพผิวที่ยังมีความยืดหยุ่นดี ไม่หย่อนคล้อยมากเกินไป
- ผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนและรวดเร็ว
ผู้ที่อาจไม่เหมาะ (หรือต้องพิจารณาเป็นพิเศษ)
- ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์มาตรฐาน (BMI สูง) มากๆ: ควรลดน้ำหนักด้วยวิธีอื่นลงมาก่อน เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและความปลอดภัย
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวรุนแรง: ที่อาจส่งผลต่อการผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อน
- ผู้ที่มี “ไขมันในช่องท้อง” (Visceral Fat) ปริมาณมาก: การดูดไขมันจะดูดได้เฉพาะ “ไขมันชั้นใต้ผิวหนัง” (Subcutaneous Fat) เท่านั้น ไม่สามารถดูดไขมันในช่องท้องได้
เจาะลึกความต่าง: ไขมันใต้ผิวหนัง VS ไขมันในช่องท้อง ผู้ชายต้องเช็กให้ชัวร์ก่อนดูด
ผู้ชายหลายคนเดินเข้ามาที่ Deva Clinic ด้วยปัญหา “พุงพลุ้ย” แต่ไม่ใช่ทุกเคสจะสามารถดูดไขมันออกจนหน้าท้องแบนราบได้ 100% ตั้งแต่วันแรก เพราะประเภทของไขมันในร่างกายผู้ชายมีความซับซ้อนกว่าที่คิดครับ เราต้องแยกแยะไขมันออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ดังนี้:
- ไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat): คือไขมันชั้นตื้นที่อยู่ถัดลงมาจากผิวหนังของเรา วิธีเช็กง่ายๆ คือ ลองเอานิ้วมือบีบหรือหยิกที่หน้าท้องแล้วมีเนื้อนิ่มๆ หนาๆ ติดมือขึ้นมา ไขมันส่วนนี้แหละครับที่เป็นเป้าหมายหลักของการดูดไขมัน ยิ่งบีบติดขึ้นมาเยอะเท่าไหร่ แปลว่าหลังดูดไขมันออก หน้าท้องจะยิ่งแบนราบและเห็นผลลัพธ์ความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนมากเท่านั้น
- ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) หรือ “พุงเบียร์”:
คือไขมันตัวร้ายที่สะสมอยู่ภายในช่องท้อง เกาะอยู่ตามอวัยวะภายใน เช่น ตับ ลำไส้ และกระเพาะอาหาร วิธีสังเกตคือ คนไข้จะมีลักษณะพุงยื่น พุงป่องล้ำหน้า แต่พอเอามือกดแล้วจะรู้สึกแข็งๆ แน่นๆ เอานิ้วบีบไม่ติดเนื้อขึ้นมา ไขมันส่วนนี้แพทย์ไม่สามารถใช้ท่อดูดไขมันเข้าไปดูดออกได้ เพราะเป็นอันตรายต่ออวัยวะภายใน
คำแนะนำจากแพทย์: สำหรับผู้ชายที่มีพุงผสม (มีทั้งไขมันใต้ผิวหนังและไขมันในช่องท้อง) เทคนิคของ Deva Clinic คือเราจะช่วยดูดเก็บไขมันชั้นใต้ผิวหนังและเอวรอบข้างออกให้เกลี้ยงที่สุดเพื่อลดขนาดรอบเอวทันที จากนั้นแพทย์จะให้คำแนะนำในการปรับพฤติกรรมการทานอาหารและออกกำลังกายเพื่อเบิร์นไขมันในช่องท้องต่อ ซึ่งจะทำให้หุ่นกลับมาลีนสมาร์ทได้อย่างสมบูรณ์แบบ
รู้จักเทคโนโลยีดูดไขมันและกระชับผิว
ไขมันของผู้ชายมักมีลักษณะที่ “แข็ง” และมีพังผืด (Fibrous) หนาแน่นกว่าของผู้หญิง การเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมจึงสำคัญมาก
- Vaser (เวเซอร์): เป็นเทคโนโลยีสลายไขมันที่แนะนำสำหรับผู้ชาย โดยใช้ “คลื่นเสียงอัลตราซาวด์” (Ultrasound) เข้าไปสลายไขมันที่แข็งและหนาแน่นให้กลายเป็นของเหลวก่อน ทำให้ดูดออกมาได้ง่าย ลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง
- J-Plasma (เจพลาสมา): เป็นเทคโนโลยีกระชับผิวที่มักใช้ควบคู่กันหลังดูดไขมัน โดยใช้พลังงานพลาสมาจากก๊าซฮีเลียมยิงเข้าใต้ผิวหนัง เพื่อกระตุ้นให้ผิวหนังหดตัวทันที เหมาะสำหรับเคสที่ดูดไขมันออกไปเยอะและต้องการให้ผิวเฟิร์มกระชับ ไม่หย่อนคล้อย
การเตรียมตัวก่อนดูดไขมันสำหรับผู้ชาย
การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้การผ่าตัดราบรื่นและฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
- ปรึกษาแพทย์: เพื่อประเมินรูปร่าง ปริมาณไขมัน และซักประวัติสุขภาพอย่างละเอียด
- งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์: อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ เพราะมีผลต่อการหายของแผลและความเสี่ยงในการติดเชื้อ
- งดยาและอาหารเสริม: โดยเฉพาะกลุ่มยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น Aspirin, น้ำมันปลา (Fish Oil), วิตามินอี อย่างน้อย 1 สัปดาห์
- เตรียมตัวสำหรับการพักฟื้น: ลางานให้พร้อม และเตรียมชุดกระชับสัดส่วนสำหรับใช้หลังผ่าตัด
ขั้นตอนการดูดไขมันเป็นอย่างไร? (ตั้งแต่ปรึกษาจนถึงห้องผ่าตัด)
1.การออกแบบรูปร่างและถ่ายภาพ:
แพทย์จะทำการวาดสัดส่วน (Marking) บริเวณที่จะดูด และถ่ายภาพนิ่งในมุมมาตรฐาน (เช่น ใช้กล้องตัวเดิม แสงเดิม มุมเดิม) เพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์ Before & After
2.การให้ยาชา:
ส่วนใหญ่ใช้การฉีดยาชาเฉพาะที่ (Tumescent) ทั่วบริเวณที่จะทำการรักษา
3.การสลายไขมัน:
ใช้เทคโนโลยี เช่น Vaser เพื่อสลายไขมันที่เกาะแน่นให้เป็นของเหลว
4.การดูดไขมัน (Liposuction):
แพทย์จะใช้ท่อขนาดเล็ก (Cannula) สอดเข้าไปใต้ผิวหนังเพื่อดูดไขมันที่สลายตัวแล้วออกมา
5.การปิดแผล:
เย็บปิดแผลซึ่งมีขนาดเล็กมาก (ประมาณ 3-5 มม.)
การพักฟื้น: กลับไปทำงานและออกกำลังกายได้เมื่อไหร่?
- การกลับไปทำงาน: ขึ้นอยู่กับลักษณะงานและบริเวณที่ทำ หากเป็นงานออฟฟิศทั่วไป สามารถกลับไปทำงานได้ภายใน 2-3 วัน
- การออกกำลังกาย:
-
- งดออกกำลังกายหนัก หรือเวทเทรนนิ่ง โดยเฉพาะส่วนที่เพิ่งดูดไขมัน ประมาณ 4-6 สัปดาห์
- สามารถเริ่มออกกำลังกายเบาๆ ได้หลังผ่าตัดประมาณ 2 สัปดาห์
- การใส่ชุดกระชับ: นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุด แนะนำให้ใส่ชุดกระชับต่อเนื่อง 4-6 สัปดาห์ (โดยเฉพาะใน 1 เดือนแรก ควรใส่ให้ได้มากที่สุด) เพื่อลดอาการบวม ช่วยให้ผิวหนังเข้าที่เร็ว และทำให้ผิวเรียบเนียน
ผลลัพธ์ ความเสี่ยง และการดูแลตัวเองให้หุ่นลีนนาน
การดูแลตัวเองหลังการผ่าตัด
- การทำแผล: ทำแผลทุกวัน วันละ 1 ครั้ง
- การอาบน้ำ: งดอาบน้ำและงดให้แผลโดนน้ำ จนกว่าจะตัดไหม (ประมาณ 7 วัน)
- การตัดไหม: นัดตัดไหมที่ 7 วันหลังผ่าตัด
- อาหาร: งดของหมักดอง ของดิบ ของแสลง และแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 7 วัน
การรักษาผลลัพธ์
การดูดไขมันเป็นการนำเซลล์ไขมันออกไปอย่างถาวร แต่ก็สามารถดูแลตัวเองควบคู่ไปด้วยเพื่อผลลัพท์ที่ยาวนานยิ่งขึ้น
- ควบคุมอาหาร: ดูแลเรื่องการกินให้สมดุล
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: เพื่อคงรูปร่างให้ลีนกระชับ และป้องกันไม่ให้ไขมันใหม่กลับมาสะสมในจุดอื่น
รีวิวดูดไขมันผู้ชาย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการดูดไขมันผู้ชาย
A: ระหว่างทำจะมีการให้ยาชาเฉพาะที่ เจ็บเฉพาะตอนฉีดยาชา หลังการผ่าตัด จะมีอาการปวดระบมคล้ายการออกกำลังกายอย่างหนัก ซึ่งเป็นอาการปกติในช่วง 2-3 วันแรก สามารถรับประทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการได้
A: ผลลัพธ์ถือว่าถาวรครับ เนื่องจากเซลล์ไขมันในบริเวณที่ถูกดูดออกไปแล้วจะไม่สามารถเกิดขึ้นใหม่ได้ แต่สิ่งสำคัญคือ หากคุณมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากหลังการดูดไขมัน เซลล์ไขมันที่ยังหลงเหลืออยู่ในบริเวณนั้น (หรือบริเวณอื่นของร่างกาย) ก็สามารถขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้นได้ ดังนั้น การควบคุมอาหารและออกกำลังกายสม่ำเสมอ สามารถทำควบคู่ไปด้วยได้
A: การลดน้ำหนัก (Weight Loss) คือการลดมวลรวมของร่างกาย ซึ่งอาจรวมถึงไขมัน กล้ามเนื้อ และน้ำ ทำให้น้ำหนักบนตาชั่งลดลง แต่การดูดไขมัน (Liposuction) ไม่ใช่การลดน้ำหนัก แต่เป็น การลดสัดส่วน หรือ การปั้นหุ่น (Body Contouring) โดยมุ่งเน้นการกำจัดไขมันดื้อด้านเฉพาะจุดที่ลดยากแม้ออกกำลังกายแล้วก็ตาม น้ำหนักตัวของคุณอาจลดลงไม่มาก แต่รูปร่างและสัดส่วนจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนครับ
บทสรุป: การดูดไขมันเพื่อการปั้นหุ่นผู้ชาย
การดูดไขมันผู้ชาย คือทางลัดที่มีประสิทธิภาพสูงในการ “ปั้นหุ่น” และกำจัดไขมันดื้อด้านเฉพาะจุดที่ลดยาก (เช่น หน้าท้อง ห่วงยางรอบเอว หรือหน้าอก) ให้ราบเรียบและมีมิติสมชายชาตรีอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบและยาวนานจะเกิดขึ้นได้ ต้องอาศัยทั้งฝีมือและประสบการณ์ของแพทย์ นวัตกรรมเครื่องมือที่เหมาะสม รวมถึงวินัยในการดูแลตัวเองและใส่ชุดกระชับหลังทำ
หากคุณพร้อมที่จะบอกลาพุงยื่นและคืนความมั่นใจในสรีระอีกครั้ง แนะนำให้เริ่มต้นจากการเข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ Deva Clinic เพื่อประเมินร่างกายและวางแผนการรักษาที่ตอบโจทย์คุณที่สุด
นพ.ชัยวิทย์ ด่านค้ามาก

